เรื่องของขวดน้ำ ระหว่างทางไป Queenstown, New Zealand
Updated : 13 ตุลาคม 2569 11:40
เรื่องของขวดน้ำ ระหว่างทางไป Queenstown, New Zealand หลังจากติดภาระจากทั้งการเรียนและการทำงานมาพักใหญ่ วันนี้ได้ฤกษ์กลับมาเล่าเรื่องเสียทีค่ะเรื่องที่อยากเล่าในครั้งนี้คือ “ขวดน้ำระหว่างทางไปเมือง Queenstown”พูดถึงชื่อเมืองนี้ทีไร ผู้เขียนก็รู้สึกชอบเป็นการส่วนตัว เพราะถ้าแปลเป็นไทยแบบตรง ๆ ก็ประมาณว่า “เมืองของราชินี” ฟังแล้วดูดีไม่น้อยเลยค่ะ Queenstown เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของ เกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งประเทศนิวซีแลนด์ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะเหนือและเกาะใต้แต่สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเมืองทางเกาะใต้กันก่อนนะคะ──────── เริ่มต้นการเดินทาง…จากกรุงเทพฯ สู่ซิดนีย์ผู้เขียนออกเดินทางโดยสายการบินที่มี โลโก้จิงโจ้แดง จากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่สนามบินซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเปลี่ยนเครื่องเดินทางต่อไปยังนิวซีแลนด์(ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ผู้เขียนยังไม่มีข้อมูลเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางครั้งนี้ จึงต้องแวะเปลี่ยนเครื่องกันก่อนค่ะ) มีเรื่องหนึ่งที่อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะเดินทางค่ะก่อนลงไปยังประตูขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ อย่าเพิ่งซื้อน้ำติดตัวไปนะคะเพราะก่อนเข้าสู่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง จะมีการตรวจของเหลว และไม่อนุญาตให้นำของเหลวผ่านเข้าไปถ้าซื้อน้ำไปแล้ว…ก็ต้องทิ้งค่ะ และทิ้งอย่างเดียว!แต่เดี๋ยวก่อน…“ขวดเอาไปได้นะจ๊ะ อย่าทิ้งขวด!”เพราะขวดเปล่าสามารถนำไปใช้เติมน้ำดื่มที่จุดบริการน้ำบริเวณประตูขึ้นเครื่องได้ส่วนของเหลวที่ซื้อจาก Duty Free ไม่ต้องกังวลค่ะ เมื่อซื้อเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะนำสินค้าไปส่งให้บริเวณหลังจุดตรวจของเหลว ก่อนเข้าสู่ประตูทางออกเครื่อง──────── ขวดน้ำหนึ่งใบ…เดินทางไปกับเรานั่งเครื่องยาว ๆ ประมาณ 9 ชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็มาถึงสนามบินซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียและตรงนี้เองที่ทำให้ผู้เขียนเริ่มสังเกตเห็นว่า…สายการบินนี้ค่อนข้างใส่ใจเรื่องการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติอย่างแรกคือเรื่อง น้ำดื่มบนเครื่องจะแจกน้ำดื่มให้ผู้โดยสาร 1 ขวดจากนั้น หากต้องการน้ำเพิ่ม ก็สามารถใช้ ขวดเดิม ไปเติมได้ หรือจะเดินไปกดน้ำเองที่จุดบริการน้ำก็ได้จุดกดน้ำมักจะอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ และบางจุดก็มีแก้วกระดาษให้บริการด้วยแค่ขวดใบเดียว…ถ้าเราไม่รีบทิ้ง ก็สามารถเดินทางไปกับเราได้อีกไกลเลยนะคะ──────── อาหารบนเครื่องก็มีเรื่องให้เล่าเนื่องจากเป็นเที่ยวบินที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน จึงมีอาหารจานหลักให้บริการ 2 มื้อ ไม่รวมของว่างปกติจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเคยใช้บริการสายการบินจากตะวันออกกลาง มักจะมีเมนูอาหารเป็นแผ่นกระดาษมาให้เลือกแต่สายการบินนี้มาอีกแบบค่ะพนักงานต้อนรับบนเครื่องจะ ประกาศเมนูอาหารต่าง ๆ ให้ผู้โดยสารฟังผู้เขียนก็ตั้งใจฟังน่าดูเลยค่ะพนักงานก็ประกาศภาษาอังกฤษไปเรื่อย ๆ…ฟุดฟิดฟอไฟกันไปจนในที่สุด…ก็มี “เสียงสวรรค์” สำหรับผู้โดยสารชาวไทยเพราะมีพนักงานคนไทยอยู่บนเครื่อง และประกาศเมนูอาหารเป็นภาษาไทยให้อีกรอบโอ๊ย…โล่งเลยค่ะ!อาหารบนเครื่องมีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง หมู ไก่ เนื้อ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ…อาหารมังสวิรัติเรียกว่ามีตัวเลือกให้ผู้โดยสารพอสมควรค่ะ──────── ตกหลุมอากาศบ้าง…สวดมนต์บ้าง…หลับบ้างระหว่างทางก็นั่งไปเรื่อย ๆ ค่ะตกหลุมอากาศบ้างสวดมนต์บ้างหลับบ้างสลับเคล้าคลึงกันไป…และแล้วก็ถึงสนามบินซิดนีย์จนได้ก่อนลงจากเครื่อง ผู้เขียนยังคงเก็บ ขวดน้ำใบเดิม เอาไว้อยู่ค่ะและต้องบอกว่า…การต่อเครื่องที่สนามบินซิดนีย์ค่อนข้างสบายใช้เวลาในการตรวจสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องเพื่อเปลี่ยนเครื่องไม่นานมาก และอาจเป็นเพราะสนามบินไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก จึงไม่ต้องเดินกันไกลจนเมื่อยแต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากย้ำอีกครั้ง…“อย่าลืมขวดน้ำ! เอาขวดลงไปด้วยนะจ๊ะ”──────── แล้วทำไมต้องเอาขวดน้ำลงไป?คำถามคือ…“ทำไมต้องเก็บขวดน้ำไปด้วย?”เพราะราคาน้ำดื่มที่สนามบินซิดนีย์ในช่วงที่ผู้เขียนเดินทาง มีโปรโมชั่นประมาณ 2 ขวด ราคาเกือบ 4 AUDคิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ ขวดละ 46 บาทจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้แพงจนซื้อไม่ได้ค่ะใคร ๆ ก็ซื้อได้ และผู้เขียนเองก็ซื้อเหมือนกันแต่…ซื้อแล้วก็ยังเก็บขวดไว้นะคะ!เพราะสิ่งที่สังเกตเห็นคือ คนที่นี่นิยมเอาขวดของตัวเองมาเติมน้ำที่จุดบริการน้ำดื่มซึ่งจุดบริการน้ำก็มักจะอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำบางจุด…ต่อคิวกันยาวเลยค่ะที่น่าสนใจคือ ทุกครั้งที่กดน้ำ จะมีตัวเลขและข้อความแสดงให้เห็นว่า“ตอนนี้คุณได้ช่วยลดการใช้ขวดน้ำไปแล้วกี่ขวด?”เห็นแล้วก็รู้สึกว่า…ดีงามมาก!ช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกช่วยลดการใช้ทรัพยากรช่วยลดค่าใช้จ่ายและยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผู้เขียนเองตอนแรกก็ยังไม่ค่อยชินกับการพกขวดมาเติมน้ำแบบนี้เท่าไหร่แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ…ลองใช้บริการกับเขาดูสักหน่อยค่ะกดน้ำไป…เพื่อ Content!และนี่แหละค่ะ…จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเล็ก ๆ จาก “ขวดน้ำหนึ่งขวด”ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่านซิดนีย์ และกำลังจะเดินทางต่อไปยัง…Queenstown — เมืองของราชินีTo be continued… By Rapee