เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 17.00 น.

เราช่วยคุณได้

@779xhpwi

Travel License : 11/06102

  • imgslider1
  • imgslider1
  • imgslider1
  • imgslider1

ค้นหาโปรแกรมทัวร์

คำค้นหา

โซน

ประเทศ

เมือง

สายการบิน

ตั้งแต่วันที่

ถึงวันที่

เฉพาะเดือน

เฉพาะเทศกาล

ระหว่าง

โปรแกรมทัวร์มาใหม่

เดอะ ฟีนิกซ์ 999

ทัวร์ห้ามพลาด!!!

ทัวร์ตามวันหยุดเทศกาล

โปรแกรมทัวร์คุณภาพหลากหลายประเทศ ให้ท่านได้พักผ่อนในวันหยุดเทศกาลสำคัญต่างๆ

ทัวร์ยอดนิยม

ทัวร์แนะนำประจำเดือน

ข่าวสารและบทความท่องเที่ยว

เรื่องของขวดน้ำ ระหว่างทางไป Queenstown, New Zealand

เรื่องของขวดน้ำ ระหว่างทางไป Queenstown, New Zealand

Updated : 13 ตุลาคม 2569 11:40

เรื่องของขวดน้ำ ระหว่างทางไป Queenstown, New Zealand     หลังจากติดภาระจากทั้งการเรียนและการทำงานมาพักใหญ่ วันนี้ได้ฤกษ์กลับมาเล่าเรื่องเสียทีค่ะเรื่องที่อยากเล่าในครั้งนี้คือ “ขวดน้ำระหว่างทางไปเมือง Queenstown”พูดถึงชื่อเมืองนี้ทีไร ผู้เขียนก็รู้สึกชอบเป็นการส่วนตัว เพราะถ้าแปลเป็นไทยแบบตรง ๆ ก็ประมาณว่า “เมืองของราชินี” ฟังแล้วดูดีไม่น้อยเลยค่ะ     Queenstown เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของ เกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งประเทศนิวซีแลนด์ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะเหนือและเกาะใต้แต่สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเมืองทางเกาะใต้กันก่อนนะคะ────────     เริ่มต้นการเดินทาง…จากกรุงเทพฯ สู่ซิดนีย์ผู้เขียนออกเดินทางโดยสายการบินที่มี โลโก้จิงโจ้แดง จากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่สนามบินซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเปลี่ยนเครื่องเดินทางต่อไปยังนิวซีแลนด์(ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ผู้เขียนยังไม่มีข้อมูลเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางครั้งนี้ จึงต้องแวะเปลี่ยนเครื่องกันก่อนค่ะ)     มีเรื่องหนึ่งที่อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะเดินทางค่ะก่อนลงไปยังประตูขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ อย่าเพิ่งซื้อน้ำติดตัวไปนะคะเพราะก่อนเข้าสู่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง จะมีการตรวจของเหลว และไม่อนุญาตให้นำของเหลวผ่านเข้าไปถ้าซื้อน้ำไปแล้ว…ก็ต้องทิ้งค่ะ และทิ้งอย่างเดียว!แต่เดี๋ยวก่อน…“ขวดเอาไปได้นะจ๊ะ อย่าทิ้งขวด!”เพราะขวดเปล่าสามารถนำไปใช้เติมน้ำดื่มที่จุดบริการน้ำบริเวณประตูขึ้นเครื่องได้ส่วนของเหลวที่ซื้อจาก Duty Free ไม่ต้องกังวลค่ะ เมื่อซื้อเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะนำสินค้าไปส่งให้บริเวณหลังจุดตรวจของเหลว ก่อนเข้าสู่ประตูทางออกเครื่อง────────     ขวดน้ำหนึ่งใบ…เดินทางไปกับเรานั่งเครื่องยาว ๆ ประมาณ 9 ชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็มาถึงสนามบินซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียและตรงนี้เองที่ทำให้ผู้เขียนเริ่มสังเกตเห็นว่า…สายการบินนี้ค่อนข้างใส่ใจเรื่องการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติอย่างแรกคือเรื่อง น้ำดื่มบนเครื่องจะแจกน้ำดื่มให้ผู้โดยสาร 1 ขวดจากนั้น หากต้องการน้ำเพิ่ม ก็สามารถใช้ ขวดเดิม ไปเติมได้ หรือจะเดินไปกดน้ำเองที่จุดบริการน้ำก็ได้จุดกดน้ำมักจะอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ และบางจุดก็มีแก้วกระดาษให้บริการด้วยแค่ขวดใบเดียว…ถ้าเราไม่รีบทิ้ง ก็สามารถเดินทางไปกับเราได้อีกไกลเลยนะคะ────────     อาหารบนเครื่องก็มีเรื่องให้เล่าเนื่องจากเป็นเที่ยวบินที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน จึงมีอาหารจานหลักให้บริการ 2 มื้อ ไม่รวมของว่างปกติจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเคยใช้บริการสายการบินจากตะวันออกกลาง มักจะมีเมนูอาหารเป็นแผ่นกระดาษมาให้เลือกแต่สายการบินนี้มาอีกแบบค่ะพนักงานต้อนรับบนเครื่องจะ ประกาศเมนูอาหารต่าง ๆ ให้ผู้โดยสารฟังผู้เขียนก็ตั้งใจฟังน่าดูเลยค่ะพนักงานก็ประกาศภาษาอังกฤษไปเรื่อย ๆ…ฟุดฟิดฟอไฟกันไปจนในที่สุด…ก็มี “เสียงสวรรค์” สำหรับผู้โดยสารชาวไทยเพราะมีพนักงานคนไทยอยู่บนเครื่อง และประกาศเมนูอาหารเป็นภาษาไทยให้อีกรอบโอ๊ย…โล่งเลยค่ะ!อาหารบนเครื่องมีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง หมู ไก่ เนื้อ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ…อาหารมังสวิรัติเรียกว่ามีตัวเลือกให้ผู้โดยสารพอสมควรค่ะ────────     ตกหลุมอากาศบ้าง…สวดมนต์บ้าง…หลับบ้างระหว่างทางก็นั่งไปเรื่อย ๆ ค่ะตกหลุมอากาศบ้างสวดมนต์บ้างหลับบ้างสลับเคล้าคลึงกันไป…และแล้วก็ถึงสนามบินซิดนีย์จนได้ก่อนลงจากเครื่อง ผู้เขียนยังคงเก็บ ขวดน้ำใบเดิม เอาไว้อยู่ค่ะและต้องบอกว่า…การต่อเครื่องที่สนามบินซิดนีย์ค่อนข้างสบายใช้เวลาในการตรวจสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องเพื่อเปลี่ยนเครื่องไม่นานมาก และอาจเป็นเพราะสนามบินไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก จึงไม่ต้องเดินกันไกลจนเมื่อยแต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากย้ำอีกครั้ง…“อย่าลืมขวดน้ำ! เอาขวดลงไปด้วยนะจ๊ะ”────────     แล้วทำไมต้องเอาขวดน้ำลงไป?คำถามคือ…“ทำไมต้องเก็บขวดน้ำไปด้วย?”เพราะราคาน้ำดื่มที่สนามบินซิดนีย์ในช่วงที่ผู้เขียนเดินทาง มีโปรโมชั่นประมาณ 2 ขวด ราคาเกือบ 4 AUDคิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ ขวดละ 46 บาทจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้แพงจนซื้อไม่ได้ค่ะใคร ๆ ก็ซื้อได้ และผู้เขียนเองก็ซื้อเหมือนกันแต่…ซื้อแล้วก็ยังเก็บขวดไว้นะคะ!เพราะสิ่งที่สังเกตเห็นคือ คนที่นี่นิยมเอาขวดของตัวเองมาเติมน้ำที่จุดบริการน้ำดื่มซึ่งจุดบริการน้ำก็มักจะอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำบางจุด…ต่อคิวกันยาวเลยค่ะที่น่าสนใจคือ ทุกครั้งที่กดน้ำ จะมีตัวเลขและข้อความแสดงให้เห็นว่า“ตอนนี้คุณได้ช่วยลดการใช้ขวดน้ำไปแล้วกี่ขวด?”เห็นแล้วก็รู้สึกว่า…ดีงามมาก!ช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกช่วยลดการใช้ทรัพยากรช่วยลดค่าใช้จ่ายและยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผู้เขียนเองตอนแรกก็ยังไม่ค่อยชินกับการพกขวดมาเติมน้ำแบบนี้เท่าไหร่แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ…ลองใช้บริการกับเขาดูสักหน่อยค่ะกดน้ำไป…เพื่อ Content!และนี่แหละค่ะ…จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเล็ก ๆ จาก “ขวดน้ำหนึ่งขวด”ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่านซิดนีย์ และกำลังจะเดินทางต่อไปยัง…Queenstown — เมืองของราชินีTo be continued…  By Rapee

เจาะลึก ซากราดา ฟามิลิเลีย: โบสถ์ที่สร้างนานกว่าศตวรรษในเมืองแห่งเกาดี้

เจาะลึก ซากราดา ฟามิลิเลีย: โบสถ์ที่สร้างนานกว่าศตวรรษในเมืองแห่งเกาดี้

Updated : 03 ตุลาคม 2569 13:17

สวัสดีคะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน .... วันนี้ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวถึง เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน เป็นเมืองศิลปะทั้งเมืองก็ว่าได้ที่ผสมผสานศิลปะมากมายในเมืองแห่งนี้ จริงๆ แลัวสำหรับผู้เขียนเองนั้น รู้สึกว่า เมืองบาเซโลน่า คือ เมืองของเกาดี แล้วเกาดี้ คือใคร? เกาดี หรือ ชื่อเต็มๆ ของท่าน "อันตอนี เกาดี อี กูร์แน็ต" ท่านเป็นสถาปนิกเชื้อสายดาตาลัน (กาตาลัน เปรียบเสมือนนครเล็กๆ ที่มีสภาของตนเอง ภาษาของตนเอง ตั้งอยู่บริเวณภูเขามองจูอิค ในตัวบาเซโลน่า) ที่ช่วงชีวิตในปลายศตวรรษที่18 - ต้นศตวรรษ 19 เกาดีได้ออกแบบมหาวิหาร ซากราดา ฟามิลิเลีย ได้เริ่มสร้างลงเสาเข็มในปี คศ. 1882 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 141 ปี ที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยคาดการณ์ไว้ว่า มหาวิหารแห่งนี้จะสร้างเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี ค.ศ. 2026. ความยิ่งใหญ่ ของหอคอยหลักที่มีความสูงถึง 170 เมตร ด้วยรูปทรงแบบสูงชลูด ผอมสูง เหมือนฝักข้าวโพด หน้าประตูด้านหน้า (ด้านตรงกันข้ามกับทางเข้าในปัจจุบัน)ที่เสร็จ และด้านหลังที่ก่อสร้าง ด้วยศิลปะแบบ Neo-Gothic ที่มีความลึกลับปนความน่ากลัวผสมกัน อิงไปกับธรรมชาติ ประดับประดาด้วยโมเสค กระจกสี งานแกะสลักหิน หลายพันชิ้น ที่เมื่อเข้าไปเราจะจดจำได้ไม่มีวันลืม ซึ่งเกาดี้ เป็นผู้ออกแแบทิ้งไว้ในลูกศิษย์ของเค้าได้เจริญรอยตามนอกเหนือจากมหาวิหารซากราด้า เฟมมิเลีย แล้ว สถานที่ที่ควรไปเยี่ยมเยือน คือ สวนเกาดี้ ที่สวยงามดังเทพนิยาย มังกรคามิเลี่ยน บ้านรังนก เสาลาดเอียงที่กลมกลืนไปกับเนินเขา บ้านของเกาดี้   บาเซโลน่า ยังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกหลายๆ แห่ง สำหรับคนชอบศิลปะแนวโมเดริน์ ที่นี้เค้ามี พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ่ ด้วยนะ รู้ไหม? 

ไม่ไปถือว่าพลาด! ตะลุยไอซ์แลนด์ ทุ่งลาวามอส และบลูลากูนสุดอลังการ

ไม่ไปถือว่าพลาด! ตะลุยไอซ์แลนด์ ทุ่งลาวามอส และบลูลากูนสุดอลังการ

Updated : 03 ตุลาคม 2569 13:06

ล่าแสงเหนือที่ไหนดี ??? แสงเหนือ คือ อะไร? แสงเหนือ หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่าแสงออโรรา บอเรลลิส เป็นผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นให้เห็นหลังจากที่อนุภาคจากดวงอาทิตย์เคลื่อนที่เข้าสู่สนามแม่เหล็กของโลกและเกิดแตกตัวเป็นไอออนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งการแตกตัวนี้ทำให้เกิดเป็นแสงสีต่างๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นสีเขียว แต่บางครั้งก็มีสีม่วงแดง ชมพู ส้ม และน้ำเงิน ล่าแสงเหนือที่ไหน? อลาสก้า? ฟินแลนด์? นอร์เวย์? รัสเซีย? คือ ที่ที่ท่านสามารถเดินทางไปตามหาแสงเหนือได้ แต่ผู็เขียนเลือกออกเดินทางสู่ประเทศไอซ์แลนด์ เพราะที่ประเทศแห่งนี้ยังมี Blue Lagoon ถ้ำน้ำแข็งที่งดงาม ซึ่งสิ่งที่ผู้เขียนได้ไปประสบพบมานั้น ต้องบอกว่าคือความจริง!!!!ผู้เขียนเดินทางมามากกว่า 20 ปี แต่ไม่ที่นี่มีค วามสวยงามด้วยการสร้างและบรรจงรังสรรค์ด้วยธรรมชาติเองจริงๆ ไม่ต้องเติมแต่งด้วยมนุษย์ ความอัศจรรย์ในการเห็นแสงเหนือที่มีค่า KP สูงถึง 7 ในคืนแรก และ สูงถึง 6 Kp ในคืนที่สอง ลำแสงเต้นไปมาประกอบด้วยสีเขียว สีม่วงแดง สีชมพู และสีน้ำเงิน ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ (โชคดีมากๆ) นอกเหนือจากแสงเหนือ คือ ถ้ำน้ำแข็งที่ผู้เขียนอยากไปมากที่สุด จึงเป็นสาเหตุที่ผู้เขียนทำให้ตัดสินใจเดินทางมาที่ประเทศไอซ์แลนด์แห่งนี้ ถ้ำนาแข็ง และธารน้ำแข็งที่ประเทศนี้ มีมายาวนานมากกว่าพันปี แต่ในปัจจุบันธารน้ำแข็งได้ขยับตัวเข้าไปลึกขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของพื้นโลกที่ร้อนขึ้น ถ้ำน้ำแข็งมีหลายสีน้ำเงินเข้ม และสีดำ ตามสีสันของน้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งอยู่ ทำไมถึงมีสีดำ? ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ ที่นี้จะมีหาดทรายดำ และมีส่วนผสมของทรายหรือดินที่จับตัวในนำ้แข็งจนเป็นสีดำ เหมือนสีนิลBlue Lagoon ต้องบอกว่าเกินความคาดหมาย เพราะผู้เขียนไม่ได้ให้ความสนใจกับสถานที่แช่น้ำร้อนแห่งนี้ แต่ทว่าเมื่อไปถึงและได้สัมผัสสถานที่แห่งนี้ ต้องบอกว่า ห้ามพลาด!!!! อย่างแรง ทุ่งลาวามอส สวยงามของสีเขียวที่ตัดกับท้องฟ้าสีเข้ม ปนแสงแดดให้เราได้รู้สึกอบอุ่น สวยงามยิ่งนัก 

มนต์เสน่ห์คาบสมุทรไอบีเรีย: สเปน & โปรตุเกส 2 ประเทศสวยละมุนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

มนต์เสน่ห์คาบสมุทรไอบีเรีย: สเปน & โปรตุเกส 2 ประเทศสวยละมุนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

Updated : 03 ตุลาคม 2569 12:52

 ประเทศสเปน และประเทศโปรตุเกส เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรีย ที่ขนาบด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรแอตแลนติค  โดยประเทศสเปนจะเหนือที่ประมาณ 7 แสนกว่าตรม. หรือเท่ากับประเทศไทยกับประเทศลาวรวมกันนั่นเอง ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค           ประเทศสเปนและประเทศโปรตุเกส ต่างก็เป็นประเทศแรกๆ ในการออกล่าอาณานิคมก่อนประเทศอื่นๆ ดังนั้นทั้ง 2 ประเทศนี้จึงเต็มไแด้วยความเจริญทางด้วยวัฒนธรรมอย่างมาก สังเกตได้จากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้เป็นมรดกอย่างมากมาย ผู็เขียนขออนุญาตหยีบยกเมืองตัวอย่างที่ควรค่าแก่การเดินทางเยือน คือ โทเลโด หรือ โทเลตุ่ม ในภาษากรีกนั่งเอง เมืองแห่งนี้ รอบล้อมด้วยแม่น้ำทาโค หรือ แทโค โทเลโดเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเขา มีเพียงส่วนเดียวที่ไม่มีแม่นำ้ขวางกั้น ดังนั้นโทเลโด จึ่งเป็นเมืองที่มีที่ตั้งที่สมบูรณ์แบบในการใช้เป็นเมืองหลวงของสเปน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ภายในเมืองโทเลโดนั้น เมื่อก่อนมีชนชาติที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ถึง 3 ชนชาติ คือ คาทอลิค ยิว และมุสลิม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าใจได้โดยการไปจุดถ่ายรูปทั้งเมืองขอโทเลโด สิ่งปลูกสร้างได้สร้างสรรค์ให้เห็นเด่นชัดถึง 3 ชนชั้นได้เคยอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข        ในเมืองโทเลโด มีมหาวิหารโทเลโด ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด มหาวิหารที่สร้างแบบโกธิคที่งดงามอ่อนช้อย แท่นทำพิธีภายในมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่และงดงาม ภาพเขียนสีน้ำมันโดยจิตรกรชั้นเอก เช่น โกยา ที่เคยอาศัยอยู่ที่นี้ การเดินเลี้ยวลัดจากทางเข้าเมืองสู่ใจกลางเมือง คือ เสน่ห์ของการชมเมืองแห่งนี้ มีเรื่องเล่ากันมาว่า หากนักท่องเที่ยวเดินตามมัคคุเทศก์ไม่ทัน หรือหัวหน้าทัวร์ไม่ทัน แล้วหลงทาง ในปีนี้ กว่ามัคคุเทศก์และหัวหน้าจะตามเจอก็ปีถัดไป จริงๆ คงต้องบอกว่าเป็นกุศโลบาย ของการเดินท่องเที่ยวที่นี้แบบเป็นหมู่คณะ เพราะโทเลโดแห่งนี้ช่างสวยงามเกินกว่าที่จะหยุดถ่ายรูปเสียไม่ได้เลยจริงๆ ประกอบกับการสร้างเมืองที่มีช่องทางเดินขนาดเล็ก เนื่องจากคนในสมัยก่อนต้องการให้เงาของอาคารบ้านเรือนซ้อนกันให้มากที่สุด ป้องกันอากาศร้อนของประเทศในแถบไอเบียแห่งนี้ ท่านลองนึกดูนะคะ ว่าจะแคบแค่ไหน รวมกับร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวหลงทางก็เป็นประจำ ดังนั้นเรื่องเลาของหารหลงทางจึงเกิดขึ้นนั่งเอง          ประเทศโปรตุเกส ประเทศเล็กๆ ที่มีประชาการเพียง 9 ล้านคนทั้งประเทศ มีพื้นที่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก และประเทศสเปน และรัฐเล็กๆ อันดอร์ล่า ผู็เขียนขอเล่าถึงเมืองหลวงลิสบอน เมืองน่ารัก ละมุลละไม เหมาะแก่การไปเดินเล่นในย่านคยเดิน เช่น ย่านพลาซ่า เดอโรซิโอ ย่านไบร์โร อัลโต ย่านซึอาดู และย่านเบเล็ม ชิมต้นตำรับทาร์ตไข่ที่แสนอร่อย ชมวิหารเจอโรมที่แปลกตา ด้วยศิลปะแบบมานูไลฟ์ หอคอยเบเล็ม อนุเสาวรีย์ดีสคัฟเวอร์รี่ ขอบอกว่าสวยจริง สวยจัง 

ตะลุยอินเดีย 28 วัน: สัมผัสความศรัทธากับงานคเณศจตุรถี และสีสันที่คาดไม่ถึง

ตะลุยอินเดีย 28 วัน: สัมผัสความศรัทธากับงานคเณศจตุรถี และสีสันที่คาดไม่ถึง

Updated : 03 ตุลาคม 2569 12:41

ไม่มีประทศไทยไหน เหมือนที่ประเทศนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ "Incredible India" ที่สุดแล้วของการเดินทางสัมผัสประเทศต่างๆ ผู้เขียนคงต้องขอบอกว่าประทับใจในความเป็นอินเดีย การเดินทางสู่ประเทศของผู้เขียนในครั้งนี้ ครั้งแรกของการเดินทางนานถึง 28 วัน เป็นการเดินทางที่ประทับใจ สวย และเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและความเป็นไปได้ เกิดขึ้นได้ แต่ครั้งนี้ผู้เขียนขออนุญาตเล่าถึงการเดินทางไปร่วมพิธีเนื่องจากวันเฉลิมฉลองวันเกิดพระพิฆเนศ ณ เมืองปูเน่ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2565      ผู้เขียนเดินโดยสายการบินประจำชาติ บินตรงสู่เมืองมุมไบ หรือบอมเบย์ เมืองเศรษฐกิจทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย และมีแหล่งท่องเที่ยที่มีชื่อเสียง คือ มุมไบเกท (หากไปเดลีก็คือ อินเดียเกท ย่านรัฐสภาของประเทศ)  และชมสถานีรถไฟ ที่สร้างโดยอังกฤษ และใช้ในการถ่ายภาพยนด์ต่างๆ เช่น Slum dog millionaire ฉากที่พระเอก กับนางเอกเจอกันในสถานีรถไฟ ที่นี้เลย     ผู้เขียนได้ออกเดินทางสู่ปูเน่ ในวันรุ่งขึ้น การเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศส่วนตัว 20 ที่นั่ง นั่งกันไปสบายๆ เขย่ากันไปเรื่อยๆ ประเทศนี้จำกัดความไวในการวิ่ง คือ  80 กม. ต่อชม . ไม่ว่าถนนจะดีแค่ไหน รถจะแรงแค่ไหน ก็ 80 กม. ต่อชม. ดังนั้นการเดินทางในประเทศนี้ ใกล้จึงเหมือนไกล (พี่ไทย บอกว่า หากเป็นที่ไทยถึงไปนานแล้ว) แต่แถบนี้ดีกว่า ตอนไปแถวๆ สังเวชนียสถาน ที่พี่รถบรรทุกแก บีบแครตลอดเวลา แทรกกันไปแทรกกันมา เรียงกันไม่เป็นแถว แต่ก็ไปได้ ไม่ชน แถวปูเน่ ต่างคนต่างขับ ซอกแซกบ้างปกติ ถนนไม่ค่อยเรียบ หรือโช็คอัพรถเสียไม่แน่ๆ ใจ นั่งๆ ไปก็เขย่าๆ โยกไปโยกมา สุดท้ายก็ได้สีกการะพระพิฆเนศตามประสงค์

คำชมจากลูกค้าของเรา

ไปมาหลายทริปแล้ว เจ้าหน้าที่บริการดีมากเลยครับ

ไปมาหลายทริปแล้ว เจ้าหน้าที่บริการดีมากเลยครับ

คุณ A

ล่องเรือสำราญ ฮ่องกง - น่านน้ำสากล - ฮ่องกง 3วัน 2คืน

ไปทัวร์กับที่นี่ ไปได้ทุกที่ บริการดุจครอบครัว

ไปทัวร์กับที่นี่ ไปได้ทุกที่ บริการดุจครอบครัว

คุณ B

ทัวร์ญี่ปุ่น เปิงใจ่ล้ำ บินตรงเชียงใหม่ โอซาก้า นารา โกเบ เกียวโต นัมบะยาซากะ 5วัน 3คืน

น้องพนักงานดูแลดีมากเลยค่ะ โปรแกรมก็ราคาถูก แถมเที่ยวได้เกินคุ้มอีก โอกาสหน้าจะไปกับทางบริษัทอีกค่ะ

น้องพนักงานดูแลดีมากเลยค่ะ โปรแกรมก็ราคาถูก แถมเที่ยวได้เกินคุ้มอีก โอกาสหน้าจะไปกับทางบริษัทอีกค่ะ

คุณ V

ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมนี เชค สโลวาเกีย ฮังการี ออสเตรีย 8วัน 5คืน

บริษัท เดอะ ฟีนิกซ์ 999 จำกัด

ด้วยประสบการณ์ท่องเที่ยวกว่า 10 ปี เรามั่นใจในการวางแผนการเดินทางในทุกทริป

ราคาถูกเป็นกันเอง

เราคือศูนย์กลางการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รับรองว่าราคาต้องประทับใจคุณอย่างแน่นอน

ประกันการเดินทาง

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ เราจะดูแลคุณด้วยความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

แนะนำแผนการเดินทาง

เราใส่ใจและแนะนำแผนการเดินทาง เพื่อให้ทริปการเดินทางของเต็มไปด้วยความสุขอย่างแน่นอน